Category: Lifestyle
-

ชีวิตเริ่มต้นใหม่ทุกๆวัน 7 สิ่งที่ควรทำทุกเช้าให้เป็นนิสัย
ชีวิตคนเราเริ่มต้นใหม่ทุกๆวันในทุกๆเช้า หากเราได้เริ่มต้นวันใหม่ในทุกๆเช้าได้อย่างมีคุณภาพ การใช้ชีวิตตลอดทั้งวันก็ย่อมมีคุณภาพตามไปด้วย ลองนำ 7 ข้อ ไปลองปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเราและปฏิบัติทุกๆวันให้เป็นกิจวัตร เชื่อแน่ว่า คุณภาพการใช้ชีวิตที่ดี ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาที่คุณตื่นนอนนั่นเอง ปรับเวลาตื่นนอนให้เป็นเวลา การกำหนดเวลาตื่นนอนให้เป็นเวลา ช่วยสร้างวินัยให้กับการชีวิตประจำวันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มต้นตั้งแต่การตื่นนอนในตอนเช้า หากเรากำหนดเวลาการตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันในทุกๆเช้า จะทำให้ร่างกายเราจดจำเวลาได้โดยอัตโนมัติ เป็นการสร้างนาฬิกาชีวิตที่ดีไปในตัว ดื่มน้ำสะอาดแก้วโตๆ หลังตื่นนอน แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และควรเป็นน้ำที่อุณหภูมิห้อง ปริมาณน้ำที่ดื่มนั้น ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคนจะรับได้ อย่างผู้เขียนเอง ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนในทุกๆเช้า เป็นเวลาร่วมสิบปีแล้ว โดยปริมาณที่ดื่มคือ หนึ่งแก้วใหญ่ๆ หรือปริมาณที่เราดื่มแล้วรู้สึกเต็มท้อง การดื่มน้ำหลังตื่นนอนทันที โดยที่ยังไม่ต้องแปรงฟัน จะช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้อย่างดี เพราะจุลินทรีย์ที่ดีในช่องปากเราจะถูกน้ำชำระล้างลงไปลำไส้และกระตุุ้นให้เราขับถ่ายได้ง่ายในทุกๆเช้า ขับถ่ายให้เป็นเวลาในตอนเช้า การขับถ่ายได้คล่องในตอนเช้า แนะนำให้เริ่มตั้งแต่การดื่มน้ำในตอนเช้าทันทีหลังตื่นนอน ดยที่ยังไม่ต้องแปรงฟัน จะช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้อย่างดี เพราะจุลินทรีย์ที่ดีในช่องปากเราจะถูกน้ำชำระล้างลงไปลำไส้และกระตุุ้นให้เราขับถ่ายได้ง่ายในทุกๆเช้า อย่างผู้เขียนเอง ดื่มน้ำและขับถ่ายเป็นเวลาในตอนเช้าเป็นเวลากว่าสิบปี เพราปฏิบัติตามสิ่งเหล่านี้อย่างมีวินัยต่อเนื่อง ซึ่งช่วงแรกที่เริ่มดื่มน้ำตอนเช้า อาจจะยังไม่ค่อยเห็นผลก็เป็นได้ แต่พอเราเริ่มดื่มน้ำตอนเช้าไปได้สักระยะ ร่างกายจะเริ่มขับถ่ายเป็นเวลา โดยเฉลี่ยในกรณีของผู้เขียน หลังดื่มน้ำประมาณ 30 นาทีจะเริ่มปวดท้องขับถ่าย การทำควบคู่กับการตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันในทุกๆเช้า จะยิ่งทำให้ร่างกายจดจำเวลานาฬิกาชีวิตได้ง่ายขึ้นอีกด้วย และข้อดีของการขับถ่ายเป็นเวลาในตอนเช้านอกจากจะทำให้ท้องโล่งสบายแล้ว…
-

อยากประสบความสำเร็จ… ควรอ่าน
อยากประสบความสำเร็จ … เป็นประโยคที่มีพลังและเชื่อว่าหลายคนบนโลกใบนี้ ต่างมุ่งหวังจะไปให้ถึงจุดนั้น แต่นิยมคำว่า ความสำเร็จ ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน สำหรับบางคน ความสำเร็จมาพร้อมกับความฝันที่ต้องการไปใช้ถึง สำหรับบางคน อาจจะประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยที่ไม่มีความฝันเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เรียกว่า ความสำเร็จ สำหรับคนหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ความสำเร็จ สำหรับอีกคนหนึ่งก็เป็นได้ เมื่อนึกถึงความสำเร็จ การประสบความสำเร็จ คือ การไปถึงจุดที่ดีที่สุดในเรื่องการงาน มีชื่อเสียง เงินทอง นั่นอาจจะเป็นนิยามในอุดมคติของคนส่วนใหญ่ มนุษย์เราเกิดมาบนสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน สภาพสังคมและความคิด การเลี้ยงดูและสภาพสังคมที่หล่อหลอม ให้คนๆนึงเติบโตขึ้นมานั้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนแต่ละคนมีความคิดและทัศนคติที่แตกต่างกัน หากคำว่า ประสบความเร็จ หมายถึง การบรรลุถึงเป้าหมายที่ต้องการ หรือแม้แต่การทำความฝันของตนเองให้เป็น จริงได้แล้วนั้น นิยามการประสบความสำเร็จของมนุษย์แต่ละคนจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เชฟมือหนึ่งในภัตตาคารชื่อดัง ถูกเรียกว่า ประสบความสำเร็จ เมื่อเขาได้รับรางวัลมิชเชลิน … แต่สำหรับเชฟคนดังกล่าว อาจจะเรียกตัวเองว่า ประสบความสำเร็จ เมื่อเขาได้เห็นลูกค้ากินอาหารของเขาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า นักร้องผู้มีชื่อเสียง ถูกเรียกว่า…
-
มองญี่ปุ่น : User Friendly สินค้าญี่ปุ่นเป็นมิตรกับผู้ใช้
สิ่งนึงที่ผู้เขียนชื่นชอบเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น คือ สินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกในญี่ปุ่นจะคำนึงถึงความสะดวกและความพึงพอใจที่ผู้ใช้จะได้รับเป็นหลัก หรือ User friendly สินค้าที่เป็นมิตรกับผู้กับใช้ ซึ่งถ้าจะให้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เชื่อว่าจะมีสินค้า ของเครื่องใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่จะกล่าวแทบไม่หมด แต่วันนี้ผู้เขียนมีตัวอย่างนึงของสินค้า User freindly ที่ผู้เขียนใช้ประจำและรู้สึกประทับใจมาก นั่นคือ ครีมอาบน้ำชนิดรีฟิล (แบบเติมใส่ขวด) ของบิโอเร ดูแค่ภาพ อาจจะไม่เข้าใจแล้วมันดี User freindly เป็นมิตรกับผู้ใช้อย่างไร เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยประสบปัญหาเวลาเติมน้ำยาหรือครีมอาบน้ำใส่ขวด จากถุงชนิดเติม จะต้องคอยจับถุงเติมไว้ตลอด และปากถุงที่ตัด บางครั้งก็กว้างเกินไป ไม่พอดีกับขนาดปากขวด ทำให้เวลาเติม บางครั้งทุลักทุเลพอสมควร หกเลอะเปื้อนข้างขวด เพราะเล็งผิด ปากถุงไม่ตรงกับปากขวดบ้าง สาระพัดเหล่านี้ เกิดขึ้นกับหลายคนแน่ๆ แต่ แต่ สินค้าตัวนี้ หมดทุกปัญหา ขจัดทุกความลำบากในการเติมน้ำยาอาบน้ำไปอย่างสิ้นเชิง เป็นสินค้าที่ผู้เขียนยกให้เป็น User freindly ที่หนึ่งในใจเลย การออกแบบถุงเติมมาเป็นแบบฝาเกลียวหมุนเปิดถุง จากนั้นก็นำถุงยกเทใส่ขวด ซึ่งปากฝาเกลียวมันถูกออกแบบมาให้พอดีกับขนาดขวด ทำให้ใส่ได้ง่าย ไม่ต้องกลัวหก…
-

มาเที่ยวญี่ปุ่นต่อนี้ไป ถุงพลาสติกไม่ฟรีอีกแล้ว
ประเทศญี่ปุ่นประกาศนโยบายที่เริ่มปรับใช้กันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2020 นั่นคือ ร้านค้าต่างๆ จะไม่มีการให้บริการถุงพลาสติกแก่ลูกค้าอีกต่อไป เว้นแต่กรณีลูกค้าไม่มีถุงผ้าของตนเอง และยินยอมที่จะรับถุงพลาสติกของทางร้านนั้นๆ โดยจะคิดเงินค่าถุงพลาสติก ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่ก็ดำเนินการสอดรับกับนโยบายของประเทศ แต่ก็มีร้านค้าบางส่วนที่ยังให้บริการถุงพลาสติกฟรีกับลูกค้า แน่นอนว่า เหตุผลในการประกาศใช้นโยบาย งดถุงพลาสติก คือ รณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อน และต้องการลดการใช้ถุงพลาสติกซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังเป็นที่ตระหนักไปทั่วโลกอยู่ขณะนี้ วันนี้ผู้เขียนถือโอกาสนำข้อมูลราคาถูกพลาสติกในแต่ละร้าน โดยจะเน้นที่ร้านสะดวกซื้อเป็นหลัก ซึ่งแต่ละร้านก็มีราคาจำหน่ายถุงพลาสติกที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่อาจจะเรียกได้แทบจะไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของราคาเลย 7-11 Japan มี 2 ราคา คือ 3 Yen และ 5 Yen ถุงขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ถุงใส่ข้าวกล่อง ราคาใบละ 3 Yen ถุงขนาดใหญ่พิเศษ ราคาใบละ 5 Yen Lawson Japan ถุงขนาดเล็ก, …
-

มารยาท “อะไร” ในโรงหนังญี่ปุ่นที่ต่างกับไทย
หลายคนอาจจะเคยมีประสบการณ์การไปดูหนังในโรงหนังของญี่ปุ่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มารยาทในโรงหนังของญี่ปุ่นกับของไทย ก็แทบไม่ต่างกันมากนัก ทั้งเรื่อง ห้ามใช้เสียงดัง หรือการแอบบันทึกภาพโดยไม่รับอนุญาต ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีมารยาทอีกอย่างหนึ่ง ที่คนญี่ปุ่นแทบจะส่วนใหญ่จะปฏิบัติเหมือนๆกัน และสำหรับผู้เขียนมีประสบการณ์ทั้ง ดูหนังพร้อมครอบครัว และเพื่อนในญีปุ่่น ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่เป็นมารยาทที่ญี่ปุ่น ที่ต่างกับที่ไทยเรา นั่นก็คือ คนญี่ป่นจะไม่ลุกจากที่นั่งทันทีที่เนื้อหาหนังจบ แต่แทบทุกคนจะดูเครดิตท้ายเรื่องจนจบ แล้วจึงลุกขึ้นแยกย้ายออกจากโรงหนังไป ซึ่งค่อนข้างเป็นวิถีปฏิบัติที่ต่างกับที่ไทยโดยสิ้นเชิง หากเป็นที่บ้านเรา เรามักจะลุกขึ้นทันทีเมื่อหนังจบ โดยไม่ค่อยจะมีคนที่ดูเครดิตจนจบ ยกเว้นเป็นหนังที่ระบุว่า จะมีตัวอย่างตรงท้ายเครดิต แบบนั้น เราอาจจะนั่งรอดูต่อไป แต่ที่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่น จะแสดงการให้เกียรติแก่ผลงาน ผู้สร้างผลงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยแทบทุกคนจะดูเครดิตท้ายเรื่องที่เป็นส่วนของรายชื่อนักแสดงและหรือผู้มีส่วนข้อง ซึ่งผู้เขียนมองว่า เป็นมารยาทแบบญี่ปุ่นที่แสดงออกถึงความเคารพในผลงานของศิลปินผู้สร้างผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน มารยาทเหล่านี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในโรงหนังเท่านั้น การแสดงดนตรี และหรือกิจกรรมต่างๆ คนญี่ปุ่นจะค่อนข้างให้ความสำคัญต่อการแสดงความเคารพผู้สร้างผลงาน และการชมการแสดงหรือร่วมรับฟังหรือชม จนครบเวลา และหรืออยู่จนถึงทุกอย่างจบลงจริงๆ ซึ่งถ้าพิจารณาดูดีๆแล้ว สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นมารยาทแบบญี่ปุ่นที่ผู้เขียนมองว่าน่าชื่นชม ไม่ว่าผลงานภาพยนตร์นั้นจะเป็นที่ถูกอกถูกใจหรือไม่ก็ตาม แต่การแสดงความให้เกียรติกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างผลงานที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์ผลงานเรื่องนึงออกมาได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งแรงกาย แรงความคิด และแรงใจ จึงออกมาเป็นผลงานแก่ผู้ชม ดังนั้น การละเลยส่วนที่อาจจะเป็นส่วนที่น่าเบื่อที่สุด…
-

จงเป็นพลังบวกให้ตนเอง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า พลังด้านบวก เป็นปัจจัยส่งเสริมให้มนุษย์เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อใจได้พลังด้านบวก… ย่อมทำให้จิตใจเกิดพลังงานด้านบวกตามไปด้วย เมื่อจิตใจมีพลังด้านบวก … ย่อมส่งพลังบวกออกมาทางกายภาพ จิตใจแจ่มใจ มีพลังทางจิตใจที่ดี … ร่างกายก็สดชื่น กระปรี้ประเปร่า มีพลัง จะคิดทำการงานสิ่งใด ก็ทำได้ดี เพราะพลังด้านบวกที่ส่งออกมาจากจิตใจนั่นเอง แต่… ไม่ใช่ทุกวัน ที่มนุษย์เราจะมีพลังงานด้านบวกในจิตใจได้เสมอไป จิตใจมนุษย์นั้น หากใช่ผู้ที่ฝึกจิตได้นิ่งพอแล้ว เมื่อมีสิ่งใดมากระทบ จิตใจก็จะแกว่งไกว ไหวเหวี่ยงไปตามแรงที่มากระทบ เช่นนั้นเลย… พลังงานในจิตใจของเราจึ่งมีขึ้น และมีลง เมื่ออยู่ในช่วงขาขึ้น เราก็จะมีพลังงานด้านบวก พร้อมจะที่สร้างสรรค์พลังบวกให้ กับเพื่อนมนุษย์รอบข้าง และให้แก่โลกใบนี้ได้ต่อไป แต่หากเมื่อเราอยู่ในช่วงขาลงของพลังงานจิตใจ นั่นก็คือ พลังงานด้านลบที่เข้ามา ครอบครองพื้นที่ในช่วงเวลานั้น และอาจส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าทางจิตใจ ได้ง่ายกว่าปกติ … บ้างก็อาจรู้สึกท้อแท้ อ่อนไหว แปรปรวนง่าย ซึ่งเมื่อเกิดช่วงเวลาที่จิตใจอยู่ในห้วงพลังงานด้านลบเข้าครอบครอง จนเราเกิดความหดหู่ ท้อแท้ได้ง่าย และนั่นทำให้บางคนเรียกร้อง ไขว่ขว้าที่จะได้ พลังงานด้านบวกจาก “ผู้อื่น” เข้ามาช่วย เพราะคิดว่าจะทำให้ภาวะจิตใจกระเตื้องขึ้นได้ อยากจะมีใครที่เข้ามาช่วยเติมเต็มจิตใจ ช่วยทำให้ตนเองมีความสุข…
-

อยากเขียน Blog เริ่มอย่างไรดี
อยากเขียน Blog ของตนเองเริ่มยังไงดี หลายคนอาจจะมีคำถามอยู่ในใจ ก่อนอื่นเลยผู้เขียนก็เริ่มต้นเขียนบล็อก เพราะ ได้เห็นตัวอย่างคนรู้จักที่ทำบล็อกแล้วประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ให้ตนเองได้ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะรู้จักการเขียนบล็อกมานานพอสมควร แต่การจะเริ่มต้นทำ ก็เกิดความลังเลไม่แน่ใจต่างๆนานา ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากไหน ไม่รู้ว่าจะเขียนบล็อกเกี่ยวกับอะไร ผู้เขียนเองก็ยังถือว่าเป็นนักเขียนบล็อกหน้าใหม่อยู่เหมือนกัน และก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นทำ Dailyafternoontea blog ก็มีคำถามนานาสาระพัด จะทำได้ไหม ต้องอย่างไร บ้างละ แต่เชื่อแน่ๆว่า สำหรับใครที่กำลังลังเลในการจะเริ่มต้นอยู่ตอนนี้ คงจะมีสองคำถามใหญ่ๆข้างต้น แบบที่ผู้เขียนเอง ก็เคยผ่านการถามตนเองมาแล้ว วันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะแชร์ให้เป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย ให้ดูว่าการเริ่มต้นทำบล็อกไม่ได้ยาก (แต่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น) เพื่อเป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่ กำลังจะเริ่มต้นเขียนบล็อค ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากไหน ถ้ายังไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นที่อะไร คำแนะนำแรกเลยคือ อยากให้ลองฝึกอ่านบล็อคของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาจจะเป็นบทความในเพจเฟสบุ๊ค blockdit หรือบล็อกส่วนตัว ก่อนก็ได้ การได้ลองอ่านบทความของผู้เขียนถือเป็นเรื่องที่ควรทำยิ่ง เพราะยิ่งอ่านเยอะก็ยิ่งทำให้เราเกิดความคุ้นเคยในการเรียบเรียงเนื้อหา และยังช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการเขียนอีกด้วย ในขณะที่สั่งสมประสบการณ์การอ่านบทความอยู่นั้น อยากให้ลองหาข้อมูลไปพร้อมๆกัน ยิ่งในปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลนั้นง่ายและสะดวกสบาย เพียงแค่ปลายนิ้ว เราก็สามารถสืบค้นข้อมูลที่ต้องการได้อย่างแทบจะไร้ขีดจำกัดเลยทีเดียว ข้อมูลที่ควรสืบค้น รูปแบบ Blog ที่เราต้องการ ถ้าเราต้องการทำเว็บไซด์ที่จดโดเมนของตัวเอง…
-

ถ้าไม่มีมะละกอ ลองใช้สิ่งนี้ทำส้มตำดู ใกล้เคียงมะละกอมากที่สุด
วันนี้ขอนอกเรื่องมาแชร์เกร็ดเล็กๆน้อย กับการใช้ชีวิตในต่างแดนแบบนี้ เชื่อแน่ว่า เมื่อมาอยู่ต่างประเทศนานๆแบบนี้ คนไทยแทบทุกคน จะโหยหาส้มตำแน่นอน แต่เมื่อประเทศหนาว มักจะหาวัตถุดิบเขตร้อน เช่น มะละกอ ยากมาก บ้างก็เลือกเปลี่ยนเป็นตำแตง ตำหน่อไม้ หรืออะไรก็แล้วแต่สูตรแต่ละคน ในเมื่อมะละกอแสนจะหายาก และถึงมีก็ราคาแพงแสนแพง แล้วจะทำอย่างไรดี ในเมื่อส้มตำ ก็อยากกินใจแทบขาดแบบนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า จริงๆแล้ว มีวัตถุดิบ (พืช) ชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำมาทำส้มตำแบบที่เรียกว่า เหมือน หรือ ใกล้เคียงกับมะละกอจริงๆมาก และเป็นพืชที่หาได้ง่ายกว่าในประเทศเขตหนาว หาง่ายกว่า และราคาถูกกว่ามะละกอ สิ่งนั้นคือ หัวไชเท้า (Radish) นี่แหละ ให้ความกรอบ คล้ายมะละกอ และเมื่อลดความเผ็ดในตัวหัวไชเท้าออกไปได้ เคล้ากับน้ำส้มตำ เรียกว่า คุณอาจจะลืมมะละกอไปเลยก็ได้ เคล็ดลับมันอยู่ตรงที่ เมื่อคุณได้หัวไขเท้ามา ให้ขูดเป็นเส้นๆเหมือนมะละกอตามต้องการ เสร็จแล้ว ให้แช่ในน้ำเย็นผสมน้ำแข็ง หรือน้ำเย็นจัด อย่างน้อย…
-

คิดคอนเทนต์ไม่ออก หรือเราลืมสิ่งนี้ไป
ในวันที่ “เขียนอะไร” ไม่ออก ในวันที่ “ไม่รู้ว่าจะเขียนคอนเทนต์” อะไรดี ไม่ใช่ทุกวันที่เราจะสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาการเขียนให้ออกมาดีได้ ไม่ใช่ทุกวันที่เราจะมีไอเดีย หรือเรื่องราวในการเขียน ถ่ายทอดออกมาได้ บางครั้ง เราอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆในการตรึกตรองว่าควรจะเขียนเรื่องอะไรดี และในวันแบบนั้น เมื่อได้ลองหลับตาลงนิ่งๆ สูดหายใจลึกๆสักครู่ นิ้วมือที่หยุดนิ่งเมื่อครู่ใหญ่นั้น ก็เริ่มขยับขึ้นลงบนแป้นพิมพ์ ถ่ายทอดความคิดในขณะนั้นที่พลั่งพรูออกมา ไม่ใช่คอนเทนต์แปลกใหม่อะไร เพียงแต่ใช้ความคิด ณ ขณะนั้น ประมวลและ “เรื่องราวที่เขียนไม่ออก” ก็กลับกลายเป็นคอนเทนต์ขึ้นมาได้ เช่นกัน บางครั้ง เราอาจจะพยายามมองเรื่องราวที่ไกลตัวจนเกินไป จนลืมไปว่า จริงๆแล้ว เรื่องราวใกล้ๆตัวนี่แหละ คือ คอนเทนต์ดีๆ นี่เอง ไม่สำคัญว่าเรื่องราวที่เขียนจะต้องเป็น “คอนเทนต์ที่ยอมเยี่ยม” เสมอไป บางครั้ง “คอนเทนต์ที่ปัง” อาจจะเกิดขึ้นในขณะที่เราไม่ตั้งใจ ก็เป็นได้ การหยิบยกเรื่องราวง่ายๆใกล้ๆตัวออกมา ประมวล และถ่ายทอดความคิดออกมา “โดยยึดหลักที่ว่า ผู้อ่านจะได้รับสาระ หรือ เป็นประโยชน์ในแง่หนึ่งแง่ใดกับผู้อ่าน” น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะเรื่องใกล้ตัว คือ เรื่องที่เรารู้และเข้าใจได้ดีที่สุด…
-
เมื่อ โควิด มาเปลี่ยนชีวิต (ประจำวัน)
การมาของโควิด19 แบบไม่ทันตั้งตัว ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษย์กันถ้วนทั่ว หากจะบอกว่า New normal หรือวิถีชีวิตใหม่ ที่เป็นผลจากโควิด คืออะไรบ้าง คงต้องไล่เรี่ยงกันตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ ระดับภาคส่วนต่างๆ จนไปถึงเรื่องเล็กๆน้อยรอบตัว ในชีวิตประจำวันของพวกเรา วันนี้ผู้เขียนจะเล่าเรื่องเบาๆ เป็นอีกมุมนึงในญี่ปุ่น มาให้ผู้อ่านให้เห็นวิธีการรับมือกับโควิด สไตล์ญึ่ปุ่นกันบ้าง ญี่ปุ่น ที่ซึ่งผู้เขียนพักอาศัยอยู่ ณ ขณะนี้ การใช้ชีวิตประจำวันต่างๆมีการรับประเปลี่ยนไปทั้งร้านอาหาร ไปจนถึงการโดยสารรถสาธารณะ รถเมล์สาธารณะที่ญี่ปุ่น มีจุดเด่นในเรื่องของความสะอาดอยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วงอะไรนัก แต่ตั้งแต่โควิดเข้ามา รสเมล์ที่ญี่ปุ่นก็เพิ่มมาตราการมากขึ้นอีกนิด โดยขอเป็นความร่วมมือจากประชาชนให้ร่วมด้วยช่วยกัน ดังนี้ เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทอยู่เสมอ ไม่เอามือไปสัมผัสหน้า ตา จมูก ปาก พูดคุยโดยใช้เสียงเบา และใส่แมสอยู่เสมอ ซึ่งมาตรการสำหรับรถเมล์สาธารณะนี้ ถูกติดประกาศทั่วทุกมุมรถเพื่อให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน และเท่าที่ผู้เขียนสัมผัสมา ก็ได้รับการตอบรับและปฏิบัติตามจากประชาชนคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ในช่วงที่โควิดระบาดในญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นหลายคนก็กังวลกับการต้องขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟ รถเมล์…